เครื่องกรองน้ำนาโน VISOR 5 ขั้นตอน Nano Water Filter
จุดเด่น
- ก๊อกติดที่ตัวเครื่อง สะดวกในการติดตั้ง และย้ายตำแหน่ง (สามารถเลือกเป็นก๊อกเซรามิค แบบแขวนผนังได้)
- สามารถกรองไวรัส ( VIRUSES ) และ ตะกอนละเอียด ( PARTICLES ) ที่มีขนาดเล็ก > 0.001 ไมครอน ซึ่งเป็นหน่วนที่มีความละเอียดสูง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ได้ดียิ่งขึ้น
- สามารถตั้งโต๊ะได้ เหมาะสำหรับใช้งานในบ้านเรือนและสำนักงาน
- กำลังการผลิต 120-150 ลิตร/วัน
ขั้นตอนที่ 1 ไส้กรองหยาบ Sediment กรองตะกอน ตะกรัน ที่ปะปนมาในน้ำ
ขั้นตอนที่ 2 ไส้กรองคาร์บอน Pre-Carbon ดักจับกลิ่น และสี วัตถุอินทรีย์ขนาดเล็ก สารเคมี และยาฆ่าแมลง โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งได้
ขั้นตอนที่ 3 ไส้กรองเรซิ่น Rasin กำจัดหินปูน และปรับรสชาติให้น้ำนุ่มนวลชวนดื่มยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 4 ไส้กรอง Nano Membrane(Silver Nano) มีรูพรุนขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร ช่วยกรองสิ่งปนเปื้อนในน้ำได้ละเอียดกว่าไส้กรองทั่วไป แต่ยังให้น้ำและแร่ธาตุบางส่วนผ่านได้
ขั้นตอนที่ 5 ไส้กรอง Post Carbon ไส้กรองคาร์บอน(PCB) ชนิดผง บรรจุในกระบอกพลาสติก กรองดักจับกลิ่น สี และคลอรีน
ที่อาจหลงเหลืออยู่ น้ำที่ได้ สะอาดปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์
และรสชาติ นุ่มนวล ชวนดื่ม
" ราคาเพียง 4,890 บาท เท่านั้น"
**ราคาไม่รวมติดตั้ง
เครื่องกรองน้ำนาโน 7 ขั้นตอน Nano Water Filter
เครื่องกรองน้ำนาโน ระบบ 7 ขั้นตอนใช้งานง่าย เหมาะสำหรับบ้านเรือน และ ที่พักอาศัย
กำลังการผลิต 120-150 ลิตร/วัน
ขั้นตอนที่ 1 ไส้กรอง PP กำจัดตะกอนและของแข็งแขวนลอย
จากท่อส่งน้ำประปา
ขั้นตอนที่ 2 ไส้กรอง Block Carbon (คาร์บอนอัดแท่ง) กำจัด
ตะกอนที่อาจหลุดลอดมาอีกครั้ง พร้อมทั้ง กำจัด สี กลิ่น และ
คลอรีนในน้ำ
ขั้นตอนที่ 3 ไส้กรองเรซิ่น Rasin กำจัดหินปูน และปรับรสชาติให้น้ำ
นุ่มนวลชวนดื่มยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 4ไส้กรอง GAC Carbon (Gac Carbon Inline) กรองสำหรับดักจับกลิ่น และสี วัตถุอินทรีย์ขนาดเล็ก สารเคมี
และยาฆ่าแมลง โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งได้
ขั้นตอนที่ 5 ไส้กรอง Nano Membrane(Silver Nano) มีรูพรุนขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร ช่วยกรองสิ่งปนเปื้อนในน้ำได้ละเอียดกว่าไส้กรองทั่วไป แต่ยังให้น้ำและแร่ธาตุบางส่วนผ่านได้
ขั้นตอนที่ 6 Magnetic แม่เหล็กเรียงโมเลกุลน้ำ ช่วยเรียงโมเลกุลน้ำเป็นหกเหลี่ยมที่มีขนาดเล็ก มีออกซิเจนสูง ช่วยให้สดชื่น ชะลอความ
ขั้นตอนที่ 7 ไส้กรอง Post Carbon ไส้กรองคาร์บอน(PCB) ชนิดผง บรรจุในกระบอกพลาสติก กรองดักจับกลิ่น สี และคลอรีน
ที่อาจหลงเหลืออยู่ น้ำที่ได้ สะอาดปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ และรสชาติ นุ่มนวล ชวนดื่ม
" ราคาเพียง 4,990 บาท เท่านั้น"
**ราคาไม่รวมติดตั้ง
“เลือกเครื่องกรองน้ำ Nano อย่างไร”
วิธีเลือกเครื่องกรองน้ำ Nano ให้เหมาะกับบ้าน
- ตรวจสอบคุณภาพน้ำต้นทาง
- ตรวจสอบความกระด้างของน้ำ
- ตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำ
- เลือกขนาดและกำลังผลิต
- เลือกจำนวนขั้นตอนและไส้กรองที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำ Nano
เครื่องกรองน้ำ Nano ต่างจาก RO อย่างไร?
เครื่องกรองน้ำ Nano (NF – Nanofiltration) และ RO (Reverse Osmosis) ต่างก็ใช้เมมเบรนที่มีความละเอียดสูง แต่มีความสามารถในการกรองและการกักเก็บสารละลายแตกต่างกัน
เครื่องกรองน้ำ Nano ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่?
เครื่องกรองน้ำ Nano ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเสมอไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบและการออกแบบของระบบกรอง
โดยทั่วไป Nano สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ:
1. ระบบ Nano ที่ใช้แรงดันน้ำประปา
- ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า หากแรงดันน้ำต้นทางเพียงพอ
- น้ำไหลผ่านไส้กรองและเมมเบรน Nano ด้วยแรงดันจากระบบประปา
- ไม่ต้องใช้ปั๊มไฟฟ้า
- เหมาะกับบ้านหรือสำนักงานที่มีแรงดันน้ำเพียงพอ
2. ระบบ Nano ที่มีปั๊มเพิ่มแรงดัน
- ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อจ่ายให้กับปั๊ม
- เหมาะกับระบบที่แรงดันน้ำต้นทางไม่เพียงพอ
- ช่วยให้เมมเบรนทำงานได้ตามแรงดันที่ผู้ผลิตกำหนด
เครื่องกรองน้ำ Nano มีน้ำทิ้งหรือไม่?
ตอบ : เครื่องกรองน้ำ Nano ไม่มีน้ำทิ้ง
เครื่องกรองน้ำ Nano ลด TDS ได้หรือไม่?
ตอบ : ลดได้ครับ เครื่องกรองน้ำ Nano สามารถลดค่า TDS ได้ แต่โดยทั่วไป ลดได้ไม่มากเท่า RO และประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของเมมเบรน Nano ที่ใช้
เครื่องกรองน้ำ Nano ต้องเปลี่ยนไส้กรองเมื่อไหร่?
ตอบ : ควรเปลี่ยนไส้กรองตาม อายุการใช้งานของไส้กรองแต่ละชนิด รวมถึงคุณภาพน้ำและปริมาณการใช้งานจริง ไม่ควรรอจนไส้กรองเสื่อมสภาพหรือคุณภาพน้ำเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน *อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับรุ่นเมมเบรน คุณภาพน้ำ ปริมาณน้ำที่ผลิต และการบำรุงรักษาระบบ
โดยไส้กรอง PP Sediment ควรเปลี่ยน 3-6 เดือน, Carbon / CTO, Post Carbon, Rasin ควรเปลี่ยน 6-12 เดือน, ไส้กรอง Nano Membrane ควรเปลี่ยนประมาณ 1–2 ปี
ควรเลือก Nano หรือ RO?
ตอบ : การเลือกระหว่าง เครื่องกรองน้ำ Nano (NF) กับ RO (Reverse Osmosis) ควรพิจารณาจาก คุณภาพน้ำต้นทางและระดับความบริสุทธิ์ของน้ำที่ต้องการ มากกว่าดูว่าเทคโนโลยีไหนดีกว่า ไม่ควรตัดสินจากคำว่า Nano หรือ RO เพียงอย่างเดียว ควรดู สเปกเมมเบรน อัตราการกรอง/การกักเก็บสาร คุณภาพน้ำต้นทาง และค่า TDS ก่อนกรอง เพราะเครื่องแต่ละรุ่นให้ผลแตกต่างกันได้ครับ
Nano กรองอะไรได้บ้าง?
โดยทั่วไป ระบบ Nano สามารถช่วยลดหรือกรองได้ เช่น
- ตะกอน ฝุ่น และอนุภาคขนาดเล็ก
- สารอินทรีย์บางชนิด
- สีและกลิ่นบางส่วน
- จุลินทรีย์บางประเภท
- โลหะหนักและสารปนเปื้อนบางชนิด
- ความกระด้างบางส่วน เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม
ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับ ชนิดและคุณสมบัติของเมมเบรน คุณภาพน้ำต้นทาง และแรงดันในการกรอง
เครื่องกรองน้ำ Nano เหมาะกับใคร?
เครื่องกรองน้ำ Nano (Nanofiltration: NF) เหมาะกับผู้ที่ต้องการน้ำดื่มที่ผ่านการกรองอย่างละเอียด แต่ยังต้องการให้ แร่ธาตุบางส่วนในน้ำคงอยู่ โดยกลุ่มที่เหมาะสม ได้แก่
- บ้านพักอาศัย ที่ต้องการเพิ่มคุณภาพน้ำประปาก่อนนำมาดื่ม
- ผู้ที่ต้องการระบบกรองละเอียดกว่า UF แต่ไม่จำเป็นต้องกรองเข้มข้นเท่า RO
- ผู้ที่ต้องการลดสารปนเปื้อนบางประเภท เช่น สารอินทรีย์ สี ความกระด้าง และโลหะหนักบางชนิด
- ผู้ที่ต้องการคงแร่ธาตุบางส่วนไว้ในน้ำ เนื่องจาก Nano สามารถให้อิออนและแร่ธาตุบางชนิดผ่านเมมเบรนได้
- ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือสำนักงาน ที่ต้องการน้ำคุณภาพดีสำหรับดื่มและใช้งาน
- พื้นที่ที่มีคุณภาพน้ำต้นทางค่อนข้างดี และต้องการยกระดับคุณภาพน้ำเพิ่มเติม